โคตรบังเอิญ
วันแรกของการไปมหาลัยแบบไม่รู้จักอะไรแล้วก็เป็นครั้งแรกสำหรับการขึ้นรถเมลล์ด้วย เริ่มด้วยการเดินออกจากบ้านไปขึ้นรถประมาณเกิอบสิบนาทีซึ่งถ้าเป็นบ้านเราก็คงขึ้นมอร์ไซด์ไปแล้วแต่ที่นี้ไม่มีไงก็เลยต้องเดิน เอาว่ะต้องสู้เดินก็เดิน แล้วรถเมล์ที่นี้ไม่เหมือนบ้านเราไม่ใช่ไปยีนรอแล้วมันจะมาซะเมื่อไรมันมีเวลามาของมันถ้าไม่ถึงเวลามันก็ไม่มา ถ้ามาเร็วก็ต้องรอจนกว่าจะถึงเวลาตามตาราง แต่ถ้ามาช้าแค่ก้าวเดียวมันก็ไปแบบไม่แย่แสแล้วจะมาอีกทีก็ครึ่งชัวโมงซึ่งนั้นอาจจะทำให้สายได้ แล้วไอ้สายที่เราอยากจะไปมหาลัยก็ไม่ใช่แค่ต่อเดียวต้องต่อสองต่อ ก็เอาลองดูนั้งสายแรกไปลงเพื่อต่อรถก็เจอกับคุณลุงคนหนึ่งแกเอาจักรยานมาด้วยคือที่นี้เค้าสามารถเอาจักรยานขึ้นรถเมลล์ได้อ่ะนะ แกก็ถามฉันว่ารถเมล์ที่มาสายอะไรฉันก็ตอบแกไปจากนั้นแกก็คุยกับฉันไม่หยุดเลยคุยกันไปเรื่อยจนรู้ว่าแกก็ไปเรียนที่มหาลัยเดียวกับฉัน แต่แกเกษียรแล้วนะคือว่าว่างไม่อยากเสียเวลาเฉยๆก็เลยไปเรียน คุณลุ่งช่วยฉํนทุกอย่างเลยนะพาฉันลงรถแล้วก็พาฉันไปเดินดูตึกแนะนะนู้นนี้ ต้องมาซื้อหนังสือที่ไหน ติดต่อเรื่องเรียนลงทะเบียนอะไรยังไง เดินดูจนทั่วจนถึงเวลาต้องไปแกก้บอกฉํนว่าแกมองไม่เห็นหน้าฉันหรอกนะแต่ถ้าครั้งหน้าฉันเจอแกก็ให้ทักแกด้วยแล้วกัน โอ้โหตามองไม่เห็นแต่ว่าที่ผ่านมาคือแกช่วยฉันพาไปดูตึกแนะนำเรื่องต่างๆในมหาลัยงั้นงี้มากมายอะไรกันเนี้ยซึ่งค่ะ มากมายเลยไม่อยากจะเชื่อว่าคุณลุงแกจะใจดีขนาดนี้
เช้าวันรุ่งขึ้นก็ไปมหาลัยอีกแต่คราวนี้ไม่เดินแล้วเพราะรู้แล้วว่าเอาจักรยานไปได้ก็เลยปั่นจักรยานออกไปแล้วก็เอาขึ้นรถเมลล์ไปบ้างก็ดีนะสนุกดี ในใจก็คิดนะว่าอยากเจอลุงอีกแต่ว่าก็ไม่เจอแต่เห็นว่ารถจักรยานแกจอดอยู่ซึ่งก็รู้แหละว่าแกมามหาลัยแต่ก็ไม่คิดอะไร จนตอนจะกลับบ้านลงมาเอาจักรยานเจอแกพอดีมาเอาจักรยานเหมือนกันก็ดีใจใหญ่รีบวิ่งเข้าไปทักงั้นงี้ แกก็เลยชวนถีบจักรยานไปด้วยกันแล้วค่อยไปขึ้นรถเมลล์คือไม่ได้ขึ้นที่หน้ามหาลัยเลยแบบว่าปั่นไปสักพักก่อนแล้วขึ้นรถประมาณนั้นแกว่าเราก็เออครั้งหนึ่งไม่น่าเป็นไรถ้าแกไม่ชวนฉันก็คงไม่คิดที่อยากจะปั่นก็เลยเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีก็เลยไป ปรากฎมันไม่ใช่แค่แป๊ปเดียวอ่ะดิ ถีบไปตั้งชั่วโมงกว่าฉันแบบว่าจะตายเอาทั้งถีบขึ้นภูเขาลงเขาเลาะแม่นำ ข้ามสี่แยก มากมายจนฉันถีบไม่ไหวต้องลงมาจูงจักรยานเดินเอาคิดดูไม่ไหวแล้วแต่ก็ไม่อยากทำลายน้ำใจคนแก สุดท้ายก่อนที่ฉันจะหมดลมหายใจก็ได้ขึ้นซะทีรถเมลล์สรุปวันนั้นก็กลับถึงบ้านโดยปลอดภัยแต่ใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าเดิมอีกเท่าตัว
ยังไม่จบคิดว่าคงไม่มีอะไรบังเอิญไปกว่านี้อีกแล้วปรากฎเมื่อว่านไปงานวันเกิดลูกของเพื่อนอาที่อยู้ห่างกันไปอีกสองซอยก็ไปกินสนุกสนานไม่มีอะไร ทายซิใครมา........คุณลุงคนเดิมมางานวันเกิดบ้านนี้ปรากฎว่าเค้าอยู่บ้านตรงข้ามเป็นเพื่อนบ้านกันซะงั้นก็เลยคุยกันอีกยาวเลยทีนี้ไม่อยากจะเชื่อว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้